www.stormgirls.com Last Modifield :May 12, 2000
Best view with mode IE Fullscreen
This website is not in the line of nudity or any other sexual purposes
 

 Bienvenus  ข้อมูลจากคุณลูกนก Vanessa

จะเตรียมตัวอย่างไรหากจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส

ในแต่ละปีมีนักเรียนต่างชาติเดินทางไปศึกษาต่อในระดับต่างๆที่ฝรั่งเศสโดยประมาณถึง150,000คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเรียนไทยรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ถึงกระนั้นก็ตามจำนวนผู้สนใจจะไปศึกษาต่อในระดับสูงยังประเทศฝรั่งเศสก็เพิ่มมากขึ้นทุกปีสำหรับผู้ที่มีโอกาสเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศนั้น นอกเหนือจากวิทยาการแขนงต่างๆที่จะได้รับแล้วยังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในด้านต่างๆอันหลากหลายทั้งภาษา,วัฒนธรรม, ชีวิตความเป็นอยู่, สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ปริญญาระดับต่างๆที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศสก็ยังเป็นที่รองรับในประเทศไทยอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก่อนที่จะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้นักศึกษาส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาต่างๆมากมายนับตั้งแต่เริ่มต้นค้นหาข้อมูลสาขาวิชาและสถานศึกษา, เรียนรู้ภาษาฝรั่งเศส, ศึกษาวัฒนธรรมฝรั่งเศสและที่สำคัญที่สุดคือผู้ที่สามารถให้คำปรึกษาในการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางได้

หน่วยงานที่ต้องติดต่อขอข้อมูล

ท่านควรจะเตรียมตัวก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี เพื่อดำเนินการติดต่อสมัครเรียนในสถานศึกษาที่ต้องการ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน นอกจากนี้ท่านควรเก็บข้อมูลต่างๆให้พร้อมเพื่อช่วยในการวางแผนการศึกษาของตนโดยสามรถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ CEDUST หรือศูนย์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี*(1) ซึ่งตั้งอยู่ในแผนกวัฒนธรรมของสถานฑูตฝรั่งเศสเลขที่29 ถนน สาธรใต้ นอกจากนี้ท่านอาจใช้บริการของ SFERE สำนักงานส่งเสริมการศึกษาของฝรั่งเศส*(2) ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้นักเรียนไทยที่จะไปศึกษาต่อยังประเทศฝรั่งเศสได้อีกด้วย หน่วยงานนี้ดำเนินการในรูปแบบของบริษัทเอกชนแต่ริเริ่มและก่อตั้งขึ้นโดยกระทรวงสำคัญของฝรั่งเศส5กระทรวง คือ ต่างประเทศ, กิจการอุดมศึกษา, เกษตร, สหกรณ์ และกลาโหม โดยได้ฤกษ์เปิดทำการในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม1996ที่ผ่านมา ปัจจุบันหน่วยงานทั้งสองแห่งที่กล่าวมานี้ได้ร่วมมือประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและมีบทบาทหน้าที่ส่งเสริมกันดดย CEDUST ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารและ SFERE ช่วยจัดการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปศึกษาต่อในทุกๆด้านโดยผู้ที่สนใจจะต้องทำสัญญาเพื่อขอรับบริการดังกล่าวและต้องชำระค่าบริการทั้งสิ้น 41,150 ฟรังซ์ (205,750บาท) ซึ่งจะเป็นค่าลงทะเบียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส(ทั้งนี้นักศึกษาต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานเอกสารหรือสอบสัมภาษณ์ก่อนได้รับอนุมัติให้เข้าเรียน) และในกรณีที่ถูกปฏิเสธ SFERE ก็รับที่จะจัดสถานศึกษาแห่งใหม่ให้ นอกจากนี้ยังเป็นค่าจัดทำและรับรองว่าจะได้รับวีซ่าสำหรับนักเรียน, ค่าดำเนินการลงทะเบียนและค่าธรรมเนียมเอกสารทางราชการฝรั่งเศส, จัดหาผู้เดินทางไปรับที่สานมบิน, จัดหาที่พักในหอพักหรือกับครอบครัวฝรั่งเศส, ค่าประกันสุขภาพ1ปี, ค่าเรียนฝรั่งเศสเร่งรัดเป็นเวลา3เดือน, ค่าบริการต่างๆทางการศึกษา และค่าบริการสำหรับที่ปรึกษาทางการ ศึกษาขณะเรียนในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ก่อนการเดินทางนักศึกษาจะต้องวางเงินจำนวน30,000ฟรังซ์ (ประมาณ150,000 บาท) ซึ่งจะได้รับคืนเมื่อเดินทางถึงฝรั่งเศสและสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเดือนแรกด้วย หลังจากนั้นจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายประมาณ 3,500-4,500ฟรังซ์(17,500-22,500 บาท) ต่อเดือนเพื่อเป็นค่าที่พักและค่าใช้จ่ายประจำวันอื่นๆ ในส่วนของการต่อสัญญากับ SFERE ตั้งแต่ปีที่2เป็นต้นไปจะคิดค่าธรรมเนียมปีละ 19,000 ฟรังซ์

ลักษณะเฉพาะของระบบการศึกษาฝรั่งเศสที่ควรทราบ

การศึกษาในประเทศฝรั่งเศสอาจเป็นการศึกษาทั่งไปเช่นเดียวกับในมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วโลก แต่บางสาขาจะมาจัดรวมอยู่ในสถาบันการศึกษาพิเศษเฉพาะด้านอาทิเช่น IUT, IUPและ BTS ซึ่งอาจเป็นการศึกษาทางวิชาชีพ นอกจากนี้ยังมี “ สถาบันการศึกษาชั้นสูง “ ทางพาณิชย์ศาสตร์,วิศวกรรมศาสตร์หรือการปกครองระดับสูงอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วระบบการคัดเลือกผู้เข้าการศึกษาต่อในสถาบันเหล่านี้จะเข้มงวดมาก ผู้ที่เข้าสอบต้องมีพื้นความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสดีมากและทางสถาบันจะรับนักศึกษาต่างชาติโดยมีเงื่อนไขพิเศษเท่านั้น

อนึ่ง หากนักศึกษาไม่ได้รับให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐบาล ก็สามารถสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาเอกชนได้ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าปกติ ดังนั้นในขั้นตอนการสมัครครั้งแรกจึงควรเลือกมหาลัยเผื่อไว้ 2 แห่งแล้วแจ้งให้ทาง CEDUST ดำเนินการติดต่อกับทางฝรั่งเศสเพื่อเทียบโอนปริญญาต่อไป(เนื่องจากปริญญาของฝรั่งเศสและไทยไม่สามรถเทียบโอนกันได้โดยอัตโนมัติ)

จะลงทะเบียนเรียนในระดับใด

นักศึกษาที่ต้องการเข้าสมัครเข้าเรียนในชั้นปีที่1ในระดับอุดมศึกษาชั้นต้น(DEUG หลักสูตร2ปีแรกในมหาวิทยาลัย)จะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย(ม.6) และจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสซึ่งจะจัดให้มีขึ้นทุกปี ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ CEDUST โดยจะแบ่งเป็นการสอบข้อเขียนและปากเปล่า ซึ่งผู้สอบควรจะมีเทียบเท่ากับการเรียนภาษาฝรั่งเศสเร่งรัดเป็นเวลา8เดือนโดยอาจเตรียมตัวเรียนภาษาก่อน ได้ที่สมคมฝรั่งเศส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเรียนในระดับ DEUG นี้จะค่อนข้างยากมากแม้สำหรับนักศึกษาชาวฝั่งเศสเองก็ยังมีเปอร์เซนต์การสอบไม่ผ่านสูง สำหรับผู้ที่เรียนจบระดับปริญญาตรีจากประเทศไทยโดยทั่วไปแล้วจะสามารถ เข้าเรียนต่อในระดับ LICENCE (ปีที่3ของการศึกษาระดับอุดมศึกษา)โดยไม่จำเป็นต้องเข้าทดสอบความรู้ภาษาฝรั่งเศส ก่อนการเดินทาง กรณีนี้จะรวมไปถึงผู้ที่ต้องการสมัครเรียนในIUP หรือ BTS ด้วยแต่ผู้สมัครจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานต่างๆเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไปสำหรับนักเรียน ที่เรียนภาษาฝรั่งเศสนั้นทาง SFERE จะแนะนำให้เรียนควบคู่กันไปกับวิชาชีพใน IUP แต่ทั้งนี้จำนวนที่นั่งในสถานศึกษาเหล่านี้มักจะมีจำนวนจำกัดและผู้สนใจต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี, มีผลการศึกษาดีและต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ด้วย

ขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับนักเรียน

ในการติดต่อขอวีซ่านักเรียนสำหรับ3เดือน นักศึกษาต้องดำเนินการติดต่อสมัครเรียนล่วงหน้ากับสถานศึกษาในฝรั่งเศสเสียก่อน เมื่อได้รับหลักฐานตอบรับเข้าสมัครเรียบร้อยแล้ว จะต้องนำเอกสารต่อไปนี้มาประกอบการยื่นขอวีซ่าต่อสถานกงสุลฝรั่งเศส-แบบฟอร์มที่กรอกและลงลายมือชื่อ เรียบร้อยแล้ว2ฉบับ, สำเนาบัตรประชาชนพร้อมคำแปล, สำเนาสูติบัตรพร้อมคำแปล, ใบรับรองที่อยุ่ในประเทศไทย, หลักฐานการตอบรับเข้าสมัครเรียนล่วงหน้าในสถานศึกษา ที่ฝรั่งเศส, ใบรับรองหลักฐานการเงินจากธนาคาร(ประมาณ 30,000ฟรังซ์ หรือ 150,000 บาท) หรือหนังสือรับรองจากผู้ปกครองยินยอมที่จะส่งค่าใช้จ่ายประจำเดือน ให้นักศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสและท้ายสุดคือต้นฉบับประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตร พร้อมคำแปลนอกจากนี้ผู้เดินทางจะต้องมีหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า1ปี เอกสารทั้งหมดนี้ให้ผู้เดินทางมายื่นด้วยตนเอง ทางสถานกงสุลจะออกวีซ่าให้ภายใน3วัน หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน

ที่พักในฝรั่งเศส

เมื่อสมัครเรียนล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วนักศึกษาต้องเตรียมหาที่พักโดยสามรถเลือกได้หลายรูปแบบเช่น พักกับครอบครัวชาวฝรั่งเศส, พักในหอพัก, ห้องเช่า หรือที่ท่านจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดคือหอพักในมหาวิทยาลัยในกรณีนี่ CEDUST สามารถให้รายละเอียด และที่อยู่ของศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยแต่ละเขตได้ แต่ท่านต้องไม่ลืมว่าของดีราคาถูกมักจะไม่ค่อยเหลือให้คนที่มาข้างหลัง ดังนั้นโอกาสที่ท่านจะได้รับการพิจารณาให้เข้าพักในมหาวิทยาลัยจึงค่อนข้างน้อย เนื่องจากในแต่ละปีมีผู้ขอเป้นจำนวนมาก สำหรับการเลือกมหาวิทยาลัยท่านควรเลือกมหาวิทยาลัยประจำเมืองอื่นๆ ซึ่งมีมาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกันมากกว่าที่จะเลือกเรียนในปารีสเนื่องจากค่าครองชีพจะสูงกว่าและหาที่พักได้ง่ายกว่า อีกทั้งในปัจจุบัน การเดินทางระหว่างเมืองต่สงๆมายังปารีสก็สามรถทำได้โดยสะดวกและรวดเร็วมาก หากใช้บริการของรถไฟความเร็วสูง(TGV) เช่น 3 ชม. จาก บอร์โดซ์, 2.30 ซม.จากเบอซ็องซงหรือลียง, 1ชม.จากลิลล์, 2 ชม. จากน็อง, 4 ชม. จากมงต์เปลิเยร์, 5 ชม. จากมาร์เซยย์ เป็นต้น

เมื่อเเรกเข้ามหาวิทยาลัย

ในบางมหาวิทยาลัยนักศึกษาต่างชาติที่ไปโโยทุนส่วนตัวสามรถขอความช่วยเหลือจากชมรมนักศึกษาต่างชาติได้ แต่อีกหลายๆแห่ง และส่วนมากนักศึกษา

ต้องเรียนรู้และพึ่งพาตนเองโดยทั่วไปแล้วเมื่อเดินทางถึงฝรั่งเศส ท่านจะต้องไปชำระค่าลงทะเบียนในมหาวิทยาลัย(ประมาณ 1,000-4,000ฟรังซ์ หรือ 5,000-20,000บาทต่อปีสำหรับนักศึกษาทั่วไป และ 3,000-25,000 ฟรังซ์ สำหรับวิชาชีพ) นอกจากนี้ยังต้องทำประกันสุขภาพ(4,000 ฟรังซ์-20,000 บาท ต่อปี)และขออนุญาตพนักอยู่ในฝรั่งเศส ต่อที่ว่าการปกครองเขตที่ไปศึกษาในกรณีที่ต้องอยู่เกิน3เดือนโดยจะต้องมีวีซ่านักเรียนไป ก่อนหน้านี้แล้ว

หากท่านต้องการทุนการศึกษา ทางรัฐบาลไทยมีทุนการศึกษา ที่ให้ผ่านทางมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการต่างๆด้วย เช่นในปีที่ผ่านมามีนักเรียนทุนถึง120คนที่ได้ไปศึกษาต่อยังฝรั่งเศส ท่านสามรถติดต่อได้โดยตรงกับมหาวิทยาลัยหรือสำนักงาน ก.พ. เป็นต้น

*(1) ติดต่อคุณจุฑามาศ-ฝ่ายเลขานุการของ CEDUST หรือศูนย์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี-โทร.02-2871592-8

*(2) ติดต่อคุณ Nicole Vairon-SFERE สำนักงานส่งเสริมการศึกษาของประเทศฝรั่งเศสตามที่อยู่ต่อไปนี้ SFEREc/o หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย อาคารริชมอนด์ชั้น10 75/20 สุขุมวิท26(ซอยอารี) คลองเตย กทม.10110 โทร.01-9099377

 

 

 

 

 

 

 

  webmaster@stormgirls.com
 

Since Feb 29, 2000
Brought to you by : ThaiThip.com